กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

เปิดแฟ้ม...คดีดัง เสือเรียง ปางมณี ขุนโจร 5 นัด

เปิดแฟ้ม..คดีดัง

เสือเรียง ปางมณี  ขุนโจร 5 นัด
ล่าพลิกแผ่นดิน

       
1.jpg
2010-12-17 08:22

2.jpg
2010-12-17 08:22

3.jpg
2010-12-17 08:22

4.jpg
2010-12-17 08:22

5.jpg
2010-12-17 08:22

6.jpg
2010-12-17 08:22


        เมื่อเวลานัดหมายตามแผนปราบของตำรวจ 3 หน่วย และฝ่ายปกครอง อำเภอบางใหญ่  จังหวัดนนทบุรี  กลางดึกของวันนั้นคือวันที่ 17 มกราคม  2500  เวลา 01.00 น.  ก็เริ่มออกปฏิบัติการทันที
        นายอดุล  ดิษฐ์ยนันท์  นายอำเภอบางใหญ่  และนายอำพัน  วิมุตตานนท์  ปลัดอำเภอ  ซึ่งเป็นฝ่ายปกครอง  ร่วมกับตำรวจ  60 นาย  เข้าล้อมบ้านนายพูน  พร้อมสุข  เพื่อของเสือเรียง  ปางมณี  ขุนโจร 5 นัด  และบุกเข้าบ้านางพิณ  เมียของขุนโจรควบคุมตัวไว้ก่อนจะโอบล้อมเข้าสู่ป่าสะแก
        ส่วนอีกหน้าหนึ่งได้บุกบ้านนายเพิ่ม  พร้อมสุข  ซึ่งเป็นญาติขุนโจร  และคอยส่งข้าวส่งน้ำให้เสือเรียง  ปางมณี  ควบคุมตัวมาสอบเค้นจนรู้ว่ารังของขุนโจร  5 นัด  อยู่ในป่าสะแกบริเวณตาล 4 ต้น ตรงตามที่สายรายงาน  เพราะขุนโจรจะเปลี่ยนย้ายที่พักอยู่ทุกระยะอย่างระวังตัว
        บริเวณป่าสะแกหลังโรงสี  “เสนีย์วงศ์วัฒนผล”  บางใหญ่นั้นเป็นทุ่งนา  และป่าทึบกว่า 500  ไร่  พื้นที่ภายในเต็มไปด้วยดินเฉอะแฉะรกชัฏ
        การที่ตำรวจผลีผลามเข้าไปในความมืด  อาจจะถูกเสือเรียงยิงสาดกระสุนใส่  ต้องรอให้ฟ้าสางสว่างตาเสียก่อนจึงจะบุกได้
        กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งสองสาย ซึ่งยกไปทางวัดส้มเกลี้ยง ไปดอนตะกร้อ  ตีตะลุยมาถึงหลังโรงสี และอีกสายที่ขึ้นไปทางเขื่อนทดน้ำวัดห้วงบางหรือหลังบาง  ตีวงรูปปีกกาเข้าหาตาล 4 ต้น   ยังมืดอยู่
        เมื่อฟ้าเริ่มสาง พอมองเห็นหน้ากัน กำลังเจ้าหน้าที่นับร้อยนายพร้อมอาวุธปืนทันสมัย  จัดหน่วยกล้าตายของกองปราบปรามคลานเข้าไปหาเป้า
        ร.ต.อ.อิทธิพล  เครือใย  หัวหน้าคอมมานโด ประกาศร้องให้ขุนโจรมอบตัว
        “เสือเรียง  ปางมณี  ขณะนี้ตำรวจได้ล้อมไว้หมดทุกด้านแล้ว ไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก  ยอมจำนนเสีย ก่อนจะถูกจับตาย”
        เงียบ...ไม่มีเสียงตอบขานรับ  ครั้นจะบุกก็กลัวจะถูกลูกปืนเสือร้าย เพราะบริเวณเข้าหาต้นตาล 4 ต้นนั้น เป็นที่นาโล่งและร่องสวน ชัยภูมิขุนโจรหลบอยู่ได้เปรียบเจ้าหน้าที่ จึงพยายามกดกันเสือเรียงด้วยการรอคอยให้ตะวันขึ้น  จะได้เห็นตัวตนได้ถนัด
        แต่เสือจำเรียง  ปางมณี  แม้ว่าจะอ่าหนังสือไม่ออกเพราะไม่ได้เล่าเรียนมาตั้งแต่เล็ก  แต่ก็มีความฉลาดมีปฏิภาณไหวพริบ ติดตามข่าวสารหนังสือพิมพ์ทุกวันโดยให้ญาติไปซื้อมาอ่านให้ฟัง จึงรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ จนทราบว่าตนเองมีค่าหัวสูง และเป็นที่สนใจของนายกรัฐมนตรี
        ดังนั้น เสือเรียง ปางมณี “ขุนโจร 5 นัด” จึงระวังตัวทุกฝีก้าวไม่ไว้วางใจคนแปลกหน้า ส่วนญาติพี่น้องไม่มีใครกล้าทรยศบอกตำรวจ  แม้ว่าตอนนั้น เสือเรียง มีค่าหัว 5 พันบาท  เท่ากับ “เสือศิริ สงวนพันธ์” น้องชายต่างมารดาที่ถูกตำรวจยิงตายไปแล้วที่บางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี
        หลังจากนั้น เสือจำเรียง  หรือฉ่ำ  ปางมณี “ขุนโจร 5 นัด” ค่าหัวก็พรวดขึ้นเป็นหนึ่งหมื่นบาท  จนวาระสุดท้ายค่าหัวขึ้นเป็นหนึ่งหมื่นห้าพันบาทในเวลาห่างกันเพียง 3-4 เดือน
        ไม่ว่าจะตะโกนให้ขุนโจรมอบตัวอยู่เป็นเวลาเนิ่นนาน จนแสงอาทิตย์เริ่มสาดส่อง ก็ไม่มีวี่แววว่าทางฝ่ายเสือร้ายจะขานตอบรับ
        ในป่าสะแกตรงต้นตาล 4 ต้น อันเป็นเป้าหมายนั้นยังคงเงียบเชียบไม่มีแม้กระทั่งเสียงนกเสียงหนูร้องขับกล่อมตามธรรมชาติ
        มันเงียบจนผิดสังเกต ทำให้ฝ่ายปราบตัดสินใจใช้แผนเบิกทางเพื่อสงวนชีวิตของเจ้าหน้าที่ไม่ให้ตกเป็นเป้าของขุนโจร 5 นัด
        แผนดังกล่าวได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.อิทธิพล  เครือใย  หัวหน้าหน่วยคอมมานโด นำหน่ายกล้าตาย 20 นาย คลานหมอบเคลื่อนเข้าไปให้ใกล้ป่าสะแกมากที่สุด
        “ให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้าย เสือเรียง ปางมณี  ถ้าไม่มอบตัวยอมจำนน ตำรวจจะบุกเดี๋ยวนี้”
        สิ้นคำประกาศไม่มีเสียงตอบรับมา ร.ต.อ.อิทธิพล  ได้สั่งให้ตำรวจหน่วยกล้าตายยิงปืนเข้าใส่ป่าสะแก  เป็นการเบิกทางเป็นชุดๆ
        เปรี้ยงๆ ๆ ๆ
        ปืนกลมือ  และปืนยิงเร็วของตำรวจร่วม 20 นาย ยิงกราดเข้าใส่ป่าสะแก  ราวกับเสียงประทัดวันตรุษจีน  กิ่งไม้ใบหญ้าหักระเนระนาดเกลื่อน
        ทุกตารางนิ้วแทบจะไม่มีนกหนูปูปลารอดชีวิตไปได้ ถ้าอยู่ในรัศมีปืนที่ยิงสาดใส่อย่างไม่ต้องเล็งเป้า  ป่าสะแกอันกว้างใหญ่ถูกระดมยิงด้วยกระสุนปืนกลยิงเร็วราบเป็นหน้ากลอง
        เสียงปืนดังเป็นระยะๆ ประมาณ 5 นาที ไม่มีเสียงตอบโต้คราวนี้ตำรวจได้ใช้ระเบิดมือขว้างเข้าใส่จุดเป้าหมาย เสียงดังสนั่น
        ตูม...ตูม...ตูม...
        ระเบิดมือดังติดต่อกัน 5 ครั้ง ตรงบริเวณตาล 4 ต้น ป่าสะแกอันหนาทึบ ถูกอำนาจกระสุนปืนและระเบิดมือ กระจุยกระจายราวกับในสนามรบต่อสู้ข้าศึก  ตามยุทธวิธีที่ตำรวจได้ร่ำเรียนมา งัดออกมาใช้ในสมรภูมิ
        หน่วยกล้าตายของกองปราบปรามคลานบุกเข้าไปจนถึง “รังโจร” หลังจากยิงบุกเบิก และปาระเบิดเข้าใส่ จนแน่ใจว่าแมลงตัวเล็กๆ ก็ไม่เหลือ
        แต่แล้วทุกคนก็ต้องตะลึงงง เพราะสิ่งปรากฏตรงหน้า โคนตาล 4 ต้นนั้น เป็นป่าสะแกเรียงต้น  พบข้าวของสัมภาระทิ้งไว้
        สิ่งของดังกล่าวมีหม้ออวยใส่ข้าวเกือบเต็มหม้อ แขวนอยู่บนกิ่งไม้สะแก และข้างกันนั้นมีถุงใส่อาหารแห้ง ปลาเค็ม เกลือ พริก อยู่บนยอดไม้ บนพื้นโคนต้นสะแกมีขวดน้ำ 2 ขวด
        ใกล้กันนั้นมีแอ่งหลุมปูด้วยผ้าข้าวม้าสำหรับเป็นที่นอนหลบกระสุนเหมือนหลุมพรางในสมรภูมิ มีเวชภัณฑ์ เช่น สำลี ยาแดง ผ้าพันแผล  รวมไปจนถึงยาแก้ปวดแก้ไข้ที่จำเป็น
        นอกจากนั้น ยังมีธูปเทียนและดอกไม้ที่ทำพิธีไสยศาสตร์หรือความเชื่อทางศาสนา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ครบครัน
        หม้อข้าวยังอุ่นอยู่ แสดงว่ามีคนนำเสบียงไปให้ขุนโจรห้านัดในตอนกลางคืน หรือเสือเรียง ปางมณี อาจจะแอบเข้ามาในหมู่บ้านบางแม่นาง เพื่อรับเอาข้าวจากผู้ส่งเสบียงให้ และเพิ่งจะกินอิ่มไปไม่เกิน 2 ชั่วโมง  ก่อนที่ตำรวจจะเข้าล้อม
        ขุนโจร 5 นัด เพิ่งจะหลบหนีก่อนหน้าตำรวจจะมาถึงราว 2 ชั่วโมง นั้นย่อมแสดงว่าเสือเรียง ปางมณี รับรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งนัดรวมกำลังตั้งแต่เวลา 01.00 น. ที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี กว่าจะเคลื่อนย้ายไปถึงบางใหญ่ และป่าสะแก ก็ออกจากนนทบุรีราวตี 2 และเมื่อเวลาตี 3 เศษ ก็เข้าถึงหมู่บ้าน
        “ขุนโจร 5 นัด” รู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจราวตี 4 ก่อนตำรวจจะมาถึงประมาณตี 5 และล้อมไว้จนถึง 6 โมงเช้า
        สถานการณ์ในที่เกิดเหตุ พอจะบอกได้ว่าขุนโจร 5 นัด หนีออกจากรังที่พักไปตั้งแต่เวลาตี 4 ซึ่งอาจจะเป็นเวลาเข้าไปรับเสบียงในหมู่บ้าน และนายพูน  พร้อมสุข ญาติของเสือเรียง  ปางมณี  เป็นผู้ส่งข่าวให้โจรทราบ
        ดังที่กล่าวว้า “ กลางวันเป็นของตำรวจ กลางคืนเป็นของ ขุนโจร 5 นัด ”  เสือเรียงจะเคลื่อนไหวตอนกลางคืน กลางวันจะนอนหลบตำรวจและสายตาชาวบ้าน
        ความหวังที่จะเผด็จขุนโจรเป็นอันต้นคว้าน้ำเหลว กำลังตำรวจกว่าร้อยนายทั้งฝ่ายปกครอง ภูธร นครบาล และกองปราบปรามสามยอดได้ถูก พล.ต.อ.เผ่า  ศรียานนท์  อธิบดีกรมตำรวจสั่งให้รายงานด่วน
        เพราะเสือเรียง  ปางมณี “ขุนโจร 5 นัด ”   นั้นหลุดรอดมือตำรวจไปหลายครั้งหลายหน  ทั้งที่ตำรวจระดมกำลังนับร้อย ก็ไม่สามารถจับตัวโจรคนเดียวได้ เป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าตำรวจยุคอัศวินเป็นอย่างยิ่ง
        ประชาชนทั้งประเทศ  ให้ความสนใจติดตามข่าว เสือเรียง  ปางมณี อย่างใจจดใจจ่อ  เพราะโด่งดังครึกโครมมากในสมัยนั้น
        “ขุนโรห้านัด”  เป็นโจรปล้นฆ่า  ชานเมืองอยู่แค่ปลายจมูกของตำรวจนครบาล  มาไล่เบี้ยเอากับ พ.ต.อ.โพด  อำไพวิทย์  ผู้บังคับการตำรวจนครบาลธนบุรีเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ  ซึ่งจังหวัดธนบุรี ในสมัยนั้นอำเภอต่างๆ อยู่ห่างไหลความเจริญมาก
        การที่เสือเรียง  ปางมณี  แหกด่านตำรวจไปได้ราวกับปาฏิหาริย์ครั้งหลังนี้ เป็นที่ร่ำลือกันว่า ขุนโจร 5 นัดหายตัวได้โดยอาศัยเวทมนต์องอาจารย์เต๋  พระเกจิอาจารย์ดังของจังหวัดนครปฐม  ซึ่งขุนโจรให้ความเคารพนับถือ และเป็นศิษย์รุ่งหลังของ “เสือผาด ทับสายทอง”  ขุนโจร 9 จังหวัดนามกระเดื่องภาคกลาง
        ตำรวจชุดปราบปรามใช้ทั้งปืนกลยิงเร็ว  และระเบิดมือถล่มจนป่าราบ แต่ก็รอดเงื้อมมือตำรวจได้ จึงทำให้ชื่อเสียงขุนโจร 5 นัดทำลายสถิตขุนโจรเมืองไทยทุกคนที่ผ่านมา
        การปะทะกับตำรวจของขุนโจรห้านัด เป็นข่าวใหญ่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ครึกโครม เป็นที่สนใจของนายกรัฐมนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม  เฝ้าติดตามข่าวอยู่ทุกระยะ  จนทำให้ พล.ต.อ.เผ่า  ศรียานนท์ นั่งไม่ติดเก้าอี้  เพราะเป็นทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการมหาดไทยและอธิบดีกรมตำรวจ  มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข  และพิทักษ์สันติราษฎร์โดยตรง
           พ.ต.ท.เจริญ  บุณยประภูติ  รองผู้บังคับการตำรวจนครบาลธนบุรี ผู้อำนายการปราบปรามโจร 5 นัด ของนครบาลเองก็ถูกพล.ต.ต.เยื้อน  ประภาวัต  หัวหน้าศูนย์กลางป้องกันอาชญากรรมกรมตำรวจ (ศ.ป.อ.) เร่งรัดกดดันญาติพี่น้องพวกพ้องโจรให้เข้ามอบตัวโดยด่วน
        การข่าวของตำรวจได้รับรายงานจาก นายไพโรจน์  สว่างแจ้ง กำนันตำบลบางแม่นาง ซึ่งขุนโจรห้านัดได้หมายหัวเอาไว้ว่า ยังคงวนเวียนอยู่ในพื้นที่ และมีพรรคพวกให้การสนับสนุนเข้าร่วมแก๊งอีกหลายคน เพื่อจัดส่งอาวุธและกระสุนปืนให้ไว้สำหรับต่อสู้กับตำรวจ
        ขุนโจร 5 นัด เสือเรียง ปางมณี ได้กลายเป็นขวัญใจของกลุ่มโจรก๊กต่างๆ
        พื้นที่อำเภอบางใหญ่ กว้างไกลไปถึงจังหวัดธนบุรี และจังหวัดนครปฐม โดยเฉพาะป่าสะแก และทุ่งนาเรือกสวน ทะลุออกแม่น้ำนครชัยศรีออกมหาชัย  ยากแก่การติดตามของเจ้าหน้าที่
        ด้วยจิตวิทยาของ พล.ต.ต.เยื้อน   ประภาวัต  หัวหน้าศูนย์ฯปราบโจร กรมตำรวจ ได้ติดต่อญาติของขุนโจรห้านัด เพื่อขอให้มอบตัว กำหนดวันเวลานัดหมายเป็นที่เรียบร้อย
        แต่ครั้นเมื่อถึงเวลานัดหมายตำรวจได้ยกกำลังแห่ไปล้อมบริเวณเอาไว้ จนกระทั่งขุนโจร 5 นัดหนีเตลิดไม่กล้าเข้ามอบตัวเพราะกลัวจะถูกจับตาย  ข่าวตอนนี้ทำให้เสือเรียงขาดเสบียง  จึงต้องออกอาละวาดปล้นในพื้นที่ใกล้เคียง เลยเข้ามาในเขตจังหวัดพระนคร
        ตำบลบางเขน  สมัยนั้น เป็นทุ่งกว้างเวิ้งว้าง กว้างใหญ่ไพศาลเป็นเขตติดต่อระหว่างจังหวัดพระนครกับจังหวัดนนทบุรีแยกจากกัน ราษฏรส่วนใหญ่มีอาชีพหลายอย่าง ค่อนมาทางจังหวัดพระนครมีอาชีพทำนา  ส่วนอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรีก็ทำสวนไร่ส้มและปั้นหม้อขาย เป็นที่ขึ้นชื่อลือชามานานแล้ว

                                                        อ่านต่อฉบับหน้า
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)

กลับไปยังรายบอร์ด